จุดประสงค์ของการทำโคโลนิค คืออะไร

ของเสียโดยเฉพาะที่ค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ (เช่น อุจจาระที่แข็งตัว เซลล์ที่ตายแล้ว เมือกที่สะสม พยาธิ เป็นต้น ) ก่อให้เกิดปัญหาได้หลายประการ ข้อแรก ของเสียเหล่านี้ล้วนเป็นพิษ สารพิษเหล่านี้จึงสามารถย้อนกลับเข้ามาในกระแสเลือดการไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ ทำให้เรารู้สึกป่วย เหนื่อย อ่อนแอ ข้อที่สอง ขอเสียที่จับตัวแข็งตามลำไส้จะทำให้ความสามารถในการย่อยดูดซึมแร่ธาตุและสารอาหารลดลง ข้อสุดท้ายสิ่งที่อุดตันตามผนังลำไส้จะยับยังการทำงานของกล้ามเนื้อลำไส้ทำให้การเคลื่อนของกากอาหารช้าลง ท้องผูกและอาการผิดปรกติต่างๆ ตามมา


จะบอกได้อย่างไรว่ามีสิ่งเป็นพิษอยู่ในลำไส้

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ปวดหัว ปวดหลัง เหนื่อย ล้า ลมหายใจมีกลิ่น มีกลิ่นตัว อารมณ์แปรปรวนสับสน มีปัญหาภายในท้อง เช่น ท้องอืด ท้องเสีย หรือมีอาการปวดสะโพก ให้สงสัยได้เลยว่าลำไส้คุณนั้นกำลังเป็นพิษแล้ว


ฟังดูเหมือนกับว่าการเกิดความเป็นพิษในลำไส้เป็นสภาวะปรกติ

สภาวะความเป็นพิษนี้ไม่ได้จำกัดไว้แค่ที่ลำไส้เท่านั้น สารพิษสามารถพบได้ทั่วทั้งร่างกาย โดยเฉพาะตามเนื้อเยื่อไขมัน ข้อต่อ เส้นเลือดแดง กล้ามเนื้อ ตับ เป็นต้น การทำโคโลนิคเป็นการกำจัดของเสียเป็นพิษในปริมาณมากๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งมีผลต่อทั้งร่างกาย


อวัยวะในการกำจัดของเสียไม่ได้มีเพียงลำไส้ใหญ่แล้วทำไมการทำ โคโลนิคจึงสำคัญ

ปอด ผิวหนัง และตับมีหน้าที่ในการกำจัดสารพิษเช่นกัน แต่เราได้เรียนรู้กันมายาวนานว่าเมื่อใดก็ตามที่ลำไส้ใหญ่สะอาดและสุขภาพดี ทั้งร่างกายก็จะมีสุขภาพดีตามมา พบว่า โคโลนิค ซึ่งเป็นการสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำ จึงเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพที่ง่ายและรวดเร็ว


เมื่อการทำโคโลนิกส์หรือการล้างลำไส้ใหญ่สำคัญ เราสามารถซื้อมาทำเองได้หรือไม่เช่น ชุดถุงสวนที่วางขายทั่วไป หรือใช้ยาเหน็บ หรือยาระบาย แทน

การซื้อชุดสวนล้างลำไส้มาทำเองที่บ้านนั้น ล้างได้เพียงบริเวณไส้ตรงหรือปลายลำไส้ใหญ่เท่านั้น เนื่องจากใช้นำ้เพียง 1 ลิตร นอกจากนั้นยังมีโอกาสเสี่ยงกับการติดเชื้อได้ในกรณีที่ผู้ทำไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่วนการทำโคโลนิกส์ที่รัสยาน่า รีทรีตท์นั้นใช้ปริมาณนำ้เข้า - ออกประมาณ 15 ลิตรด้วยการควบคุมแรงดันน้ำโดยธรรมชาติึ้ ทำให้เกิดการชำระล้างได้ทั่วภายในลำไส้ใหญ่ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นภายในลำไส้ใหญ่ด้วย อุปกรณ์ของเรายังนำเข้าโดยตรงจากประเทศสหรัฐอเมริกา รับรองความสะอาดและมาตรฐานการให้บริการจากบุคลากรซึ่งผ่านการอบรมอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนยาเหน็บและยาระบายไม่ควรซื้อมาทำหรือรับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาว


การทำโคโลนิคพิเศษอย่างไร

ภายใน45 นาทีของการบำบัด ลำไส้ใหญ่จะถูกล้างด้วยน้ำถึง 15 แกลอน อย่างนุ่มนวล บวกกับการนวดอย่างเหมาะสมจึงทำให้สามารถกำจัดของเสียที่เป็นพิษออกจากลำไส้ได้มากกว่าเทคนิคระยะสั้น แบบอื่น


ในระหว่างการล้างพิษร่างกายจะได้รับโปรตีนเพียงพอหรือ

สมาคมอาหารแห่งอเมริกา ได้ลงความเห็นว่าร่างกายควรได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ โดยการกินผัก และผลไม้ที่หลากหลายในระหว่าง 24-48 ชั่วโมง ขณะที่องค์การอนามัยโลกแนะว่าร่างกายได้รับโปรตีนเพียง วันละ 30-50 กรัมก็เพียงพอ ซึ่งอาหารแต่ละมื้อนั้นได้เตรียมให้มีโปรตีนเพียงพออยู่แล้ว


ระหว่างการล้างพิษจะต้องกินแต่อาหารอินทรีย์เท่านั้นหรือไม่

หากทำได้จะดีที่สุดแต่ถ้าการค้นหาอาหารอินทรีย์เป็นการยากเกินไป ให้ล้างผักที่ซื้อมาได้ด้วยน้ำสะอาดเต็มอ่าง พร้อมด้วยน้ำมะนาว 1 ลูก และ เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อใหมั่นใจได้ว่าการล้างพิษจะประสบผลสำเร็จ


ระหว่างการล้างพิษสามารถบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมได้หรือไม่

ผลิตภัณฑ์จากนมเป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้ออย่างมาก เนื่องจากนมมีโปรตีนและน้ำตาลที่เป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับร่างกายคนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง และทำให้ตับต้องทำงานหนัก ดังนั้นทางที่ดีที่สุดควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนม น้ำนมข้าวหรือน้ำนมถั่วเหลืองจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ระหว่างการล้างพิษสามารถทำงานได้หรือไม่

สามารถทำได้แต่ควรเลือกงานที่ไม่หักโหม เป็นงานที่มีการเคลื่อนไหวแบบช้าๆ


เด็กสามารถล้างพิษได้หรือไม่

เด็กที่สามารถเตรียมอาหารของตนเองได้สามารถทำดีทอกซ์ได้ เนื่องจากเป็นการยากที่จะจัดตารางในการทำทำดีทอกซ์ได้หากไม่สามารถที่จะดูแลด้วยตนเองได้ แต่หากว่าเด็กๆ มีความตั้งใจจริงก็ให้ทำเท่าที่จะสามารถทำได้


การทำดีทอกซ์ในระยะตั้งครรภ์

หากว่าไม่ได้อยู่ในช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ก็สามารถทำดีทอกซ์ได้อย่างสบาย ดีทอกซ์เป็นกระบวนการกำจัดของเสีย ซึ่งของเสียส่วนใหญ่จะปะปนอยู่ในกระแสเลือดจึงสามารถส่งผลถึงทารกในครรภ์และก่อให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ การทำดีทอกซ์ในระยะก่อนตั้งครรภ์หรือระยะเริ่มตั้งครรภ์จะสามารถบรรเทาอาการไม่สบายตอนเช้าได้


ทำไมที่รัสยานา จึงนำเมล็ดถั่ว และธัญพืชมาแช่น้ำก่อน

น้ำจะกระตุ้นการงอกของต้นอ่อน ซึ่งจะเป็นการกำจัดสารป้องกันเมล็ดซึ่งจะป้องกันเมล็ดจากการถูกย่อยสลายได้ การแช่เมล็ดในน้ำให้งอกก่อน จะทำให้อาหารอ่อนนุ่มขึ้นและเพิ่มระดับของเอนไซม์ด้วย จึงทำให้เมล็ดเหล่านั้นย่อยได้ง่ายขึ้น สามารถทำได้ง่ายโดยการนำเมล็ดถั่ว และธัญพืชดิบ เหล่านี้แช่น้ำ 8 ชั่วโมง กรองน้ำออกแล้วจึงนำเข้าตู้เย็น


ต้นกล้าอ่อนดีต่อร่างกายหรือ

การงอกเป็นต้นกล้าอ่อนเป็นระยะการเจริญของพื่ชทุกชนิด เป็นระยะที่พืชจะมีวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหาร สูงสุด และต้นกล้าอ่อนนั้นย่อยง่าย จึงเป็นอาหารชั้นยอดที่เหมาะกับผู้ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ


ควรรับประทานต้นกล้าข้าวสาลีเมื่อไร

เวลาที่ดีที่สุดคือตอนที่ท้องว่าง น้ำกล้าข้าวสาลี 1 ออนซ์มีคุณค่าทางอาหารเทียบเท่ากับ ผักสด 2-3 ปอนด์ เนื่องจากร่างกายต้องการเวลาในการดูดซึมคุณประโยชน์จากอาหารเสริม ดังนั้นควรรับประทานอาหารอื่นหลังจากดื่มกล้าข้าวสาลีไปแล้วไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง


เราสามารถย่อยอาหารสดได้หรือ

อาหารสดจะอุดมไปด้วยเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร แต่ผักที่แข็งจะย่อยยาก เราจึงแนะนำให้ปั่น ซุปและสมูทตี้เพราะ ผัก ผลไม้ ถั่ว และเมล็ดพืชปั่น จะถูกย่อยได้ง่ายขึ้น


จะดีทอกซ์อย่างไรถ้าอยู่ระหว่างการเดินทาง

ให้นำเครื่องปั่นติดตัวไปด้วยและพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ พืชผักที่ไม่ได้ผ่านการปรุงด้วยความร้อนล้วนเป็นอาหารหลักที่คุณสามารถรับประทานได้ เช่น แครรอท เซอลารี่ ผลไม้ และ ถั่วต่างๆ เป็นผักที่สามารถหารับประทานได้ง่าย


จะหยุดการล้างพิษได้อย่างไร

การหยุดกระบวนการล้างพิษที่ดีที่สุดควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เปลี่ยนจากการรับประทานน้ำเปล่า มาเป็นสมูทตี้หรือน้ำผัก แล้วค่อยไปสู่สลัด ขยับเมนูอาหารไปทีละน้อยจนถึงอาหารที่รับประทานตามปรกติไม่ควรหยุดโดยการเปลี่ยนมาทานอาหารตามความเคยชินทันทีเพราะอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่า

Rasayana Retreat
Bangkok Branch : 57 Soi Sukhumvit 39 (Soi Prom-mitr) Sukhumvit Rd, Klongton-Nua ,Wattana ,Bangkok 10110
                                Tel : 0-2662-4803-5 , Fax: 0-2662-4799 E-mail : info@rasayanaretreat.com
Pattaya Branch : 179/201 Moo 5, North Pattaya Rd. Naklua, Banglamung,Chonburi 20150
                                Tel : 038-253894-5 , Fax : 038-253898 E-mail : E-mail : pattaya@rasayanaretreat.com